แชร์

ขนส่งฯประกาศรถบรรทุกต้องติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันด้านข้าง-ท้าย

อัพเดทล่าสุด: 27 ธ.ค. 2024
9253 ผู้เข้าชม

     กรมการขนส่งทางบก เดินหน้ายกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ประกาศข้อกำหนดให้รถบรรทุกต้องติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันด้านข้าง (LPD) และด้านท้าย (RUPD) สอดคล้องมาตรฐานสากล เพื่อมุ่งหวังลดบาดเจ็บ-เสียชีวิตจากอุบัติเหตุการชน เริ่มมีผลบังคับใช้สำหรับรถบรรทุกที่จดทะเบียนตั้งแต่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป

นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าว กรณีรถบรรทุกขนส่งสินค้าเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกับรถยนต์ที่มีขนาดเล็กหรือรถจักรยานยนต์ ซึ่งหนึ่งในรูปแบบอุบัติเหตุที่พบบ่อยและมีความรุนแรง คือ ผู้ขับรถจักรยานยนต์ล้มเข้าใต้รถบรรทุกหรือรถยนต์ชนท้ายรถบรรทุก ทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก กรมการขนส่งทางบกในฐานะหน่วยงานที่กำกับ ดูแลการขนส่งทางถนนให้มีความปลอดภัย ได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาปรับปรุงข้อกำหนดทางเทคนิคด้านยานยนต์เพื่อให้รถมีความปลอดภัยในการใช้งาน ลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุ และยกระดับมาตรฐานเทียบเท่ามาตรฐานสากล ได้นำข้อกำหนดสหประชาชาติ (UN Regulations) ซึ่งเป็นข้อกำหนดทางเทคนิคด้านยานยนต์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลและเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในหลายประเทศทั่วโลกมาประยุกต์ใช้ โดยกรมการขนส่งทางบกออกประกาศกรมฯ เรื่องกำหนดคุณลักษณะ ขนาด ประสิทธิภาพ ตำแหน่ง และเงื่อนไขในการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันด้านข้างและด้านท้ายของรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ พ.ศ. 2566 เพื่อกำหนดให้รถบรรทุกที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกที่มีน้ำหนักรถและน้ำหนักบรรทุกรวมกันเกินกว่า 3,500 กิโลกรัมขึ้นไป (ยกเว้นรถที่มีการใช้งานเฉพาะกิจบางลักษณะ) ต้องติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันด้านข้าง LPD : Lateral Protection Device และด้านท้าย RUPD : Rear Underrun Protection Device ให้ถูกต้องตามลักษณะรถ ทั้งนี้ การติดอุปกรณ์ดังกล่าวเป็นไปตามข้อกำหนดสหประชาชาติ UN Regulation No.73 และ UN Regulation No.58 ซึ่งจะช่วยบรรเทาความรุนแรง ลดการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุการชนได้ ประกาศฯ จะมีผลบังคับใช้สำหรับรถบรรทุกที่นำมาจดทะเบียนใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป

ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันด้านข้าง (LPD) และด้านท้าย (RUPD)

รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า อุปกรณ์ดังกล่าวฯ ต้องผ่านการรับรองและทดสอบจากหน่วยงานทดสอบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด หรือหากผู้ประกอบการจะผลิตและติดตั้งด้วยตนเองตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกและสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติได้ร่วมกันออกแบบก็สามารถกระทำได้ ซึ่งมีแบบที่ครอบคลุมการใช้งานอย่างหลากหลาย เป็นการลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการทดสอบอุปกรณ์ฯ รวมถึงไม่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ทั้งนี้ เมื่อมีการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันด้านข้างและด้านท้ายถูกต้องตามประกาศกรมฯ และได้หนังสือรับรองความมั่นคงแข็งแรงในการติดตั้งจากผู้ประกอบการขนส่ง เจ้าของรถ ผู้ผลิตรถ ผู้ติดตั้งอุปกรณ์ หรือวิศวกรฯ แล้วหลังจากนั้นจึงจะสามารถนำรถมาตรวจสภาพและจดทะเบียนต่อไป โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนตรวจสอบสมรรถนะรถ สำนักวิศวกรรมยานยนต์ อาคาร 6 ชั้น 3 กรมการขนส่งทางบก เบอร์ 0-2271-8609 หรือเว็บไซต์ สำนักวิศวกรรมยานยนต์

ต้องการต่อภาษีรถบรรทุก ทักหา ซี พี อินเตอร์ คลิ๊กเลย หรือโทร 02-710-9129 เรายินดีให้บริการ ต่อภาษี รถเก๋ง กระบะ ตู้ และรถบรรทุก ทั่วไทย

 

ที่มา: https://www.dlt.go.th/


บทความที่เกี่ยวข้อง
รถบรรทุกขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนดโดนปรับเท่าไหร่
ระวังไว้ สำหรับรถบรรทุก และรถโดยสาร หากขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดนั้น จะมีความผิดตามกฎหมาย และจะถูกโทษปรับ ดังนี้...
19 ก.ย. 2023
ซื้อประกันรถยนต์ ผ่อนเงินสดได้ ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
ซื้อประกันรถยนต์ กับ ซี พี อินเตอร์ โบรคเกอร์ ก็สามารถผ่อนเงินสด ง่ายๆได้แล้ว ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต ไม่มีดอกเบี้ย ผ่อนได้กับประกันรถยนต์ทุกประเภท
31 ต.ค. 2023
“ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” ของกรมการขนส่งทางบก
ประชาชนสามารถเข้ารับบริการตรวจเช็กสภาพรถให้พร้อมก่อนเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่ ฟรี!!! ตลอดเดือนธันวาคม 2566 อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
6 ธ.ค. 2023
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy